เทคนิคการใช้ รถรับจ้างขนของ และดูแลรถอย่างง่ายๆ

เทคนิคการใช้ รถรับจ้างขนของ และดูแลรถอย่างง่ายๆ การใช้รถบนท้องถนนนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ สิ่งแรกที่เราต้องใส่ใจเป็นอย่างมากคือรถของเราที่ใช้ในการเดินทาง ซึ่งถ้าเราใช้รถอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยในเรื่องของความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆได้อีกด้วย วันนี้จะนำเทคนิคการใช้รถและดูแลรถอย่างง่ายๆที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันมาบอกกันคะ

ยิ่งขนของหนัก ยิ่งเปลือง หลายคนชอบเก็บของไว้บนรถขนของหนักๆ จิงๆแล้วอะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ควรเก็บไว้กับรถ เพราะน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น เพียง 10 กิโลกรัม จะทำให้รถของเราใช้งานหนักขึ้นและยังจะทำให้เปลืองน้ำมันมากขึ้นอีก

ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ หากชอบเปิดแอร์ นอนเล่นหรือชอบติดเครื่องตอนจอด นอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว น้ำมันที่เผาไหม้ไม่หมด ซึ่งอาจหลงเหลืออยู่ในกระบอกสูบจะเป็นตัวการทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้อีกด้วย

ออกตัวเร่งเครื่องยนต์ การออกรถกระโชกกระชาก เลี้ยวอย่างเร็ว เบรกอย่างแรง เป็นฉนวนของอุบัติเหตุได้ง่ายและเป็นวิธีทำลายรถ เพราะทั้งเครื่องยนต์ เครื่องส่งกำลัง ผ้าเบรก และยางรถ จะชำรุดสึกหรอได้เร็วขึ้น นอกจากนี้หากติดนิสัยชอบเร่งเครื่องแรงๆตอนออกตัวก็จะทำให้รถของเราใช้น้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

ไส้กรองอากาศอุดตัน ดูแลความสะอาดไส้กรองอากาศบ่อยๆ และหากมีสิ่งอุดตันมากก็สมควรเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว ทั้งนี้หากไส้กรองอากาศที่อุดตันมากๆจะทำให้รถสิ้นเปลืองน้ำมันได้

น้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องเป็นเรื่องสำคัญของการบำรุงรักษารถ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่องตามกำหนด เลือกใช้น้ำมันเครื่องเกรดให้ถูกต้องกับสภาพเครื่องยนต์ จะลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ให้ดีขึ้น ทำให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้นด้วย

หม้อน้ำรถยนต์ ดูแลรักษาง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

หม้อน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการระบายความร้อน หรือหล่อเย็นเครื่องยนต์จากการทำงานที่ต้องอาศัยความร้อน เหตุนี้เองรถยนต์ของเราจึงต้องมีหม้อน้ำเพื่อป้องกันความร้อนสะสมของเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติของระบบจุดระเบิด เช่น อุณหภูมิในห้องเผาไหม้สูงเกินไป จนทำให้เกิดการชิงจุดระเบิด ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์ของเราเกิดอาการน็อคได้ วันนี้ จึงจะนำความรู้ในการตรวจเช็คหม้อน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน เพื่อจะให้เจ้าหมอน้ำของเรา ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ไปได้นานๆ นั่นเอง

ก่อนอื่นก็ต้องทราบกันก่อนครับว่า หม้อน้ำ จะอาศัยปั้มน้ำเป็นตัวหมุนเวียนน้ำ โดยจะไหลเข้าทางด้านล่าง ถ้าเพื่อนๆ สังเกตก็จะเห็นท่อยางหม้อน้ำ ซึ่งจะต่ออยู่กับตัวหม้อน้ำทางด้านล่าง แล้วไหลผ่านโพรงต่างๆ ในเครื่องยนต์ จากนั้นไหลกลับออกมาที่ท่อยางหม้อน้ำ ด้านบนโดยจะมีตัววาล์วน้ำที่เราเรียกกันว่า เทอร์โมสตรัท เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของน้ำนั่นเอง และสิ่งที่เราควรจะต้องตรวจสอบเป็นประจำเพื่อให้เจ้าหม้อน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือ

1. ท่อยางหม้อน้ำบน-ล่าง ซึ่งโดยปกติแล้ว ท่อน้ำด้านบนจะมีอายุสั้นกว่าด้านล่างเพราะท่อน้ำได้บนต้องรับน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าด้านล่างนั่นเองครับ

2. วาล์วน้ำ วิธีการสังเกตก็ง่ายๆ ครับ เมื่อไหร่ที่เสียจะทำให้น้ำไม่สามารถไหลเวียนได้เหมือนปกติ ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงขึ้น

3. ฝาหม้อน้ำ ถ้าเสียหรือรั่ว จะทำให้น้ำที่ถูกดันออกมาจากถังพัก ไม่ถูกดูดหลับไปในหม้อน้ำ ซึ่งในการเปลี่ยนก็ต้องสังเกตดีๆ นะครับ เพราะฝาหม้อน้ำไม่ได้ใช้ด้วยกันได้ไปทั้งหมด

4. น้ำในถังพักน้ำ ต้องอยู่ในระดับ FULL ที่กำหนดไว้อยู่เสมอ

5. สายยางจากหม้อน้ำไปถังพักน้ำ ถ้ารั่วหรือซึมควรเปลี่ยนให้เร็วที่สุด

6. พัดลมไฟฟ้า ควรตรวจสอบการทำงานอยู่สม่ำเสมอ ถ้าไม่ทำงานหรือเสีย ควรเปลี่ยนให้เร็วที่สุด

7. ยางอุดตาน้ำด้านล่าง ถ้าเห็นว่ามีอาการบวมเมื่อไหร่ หามาเปลี่ยนใหม่ได้เลยครับ

8. คอห่านที่ต่อกับท่อน้ำ อาจผุพังตามการเวลา ควรตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอนะครับ

9. หม้อน้ำ ถ้าเริ่มรั่วก็ทำใจไปหามาเปลี่ยนใหม่ได้เลย

Comments are closed. Posted by: admin on